การจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอน

30 จำนวนผู้เข้าชม  |  ENERGY MANAGEMENT

การจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอน

การตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอน

ในการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานนั้นจะมีหลักเกณฑ์การพิจารณาถึงความสอดคล้องหรือไม่สอดคล้องกับข้อกําหนดของ วิธีการจัดการพลังงาน ความสอดคล้องกับข้อกําหนด หมายถึงมีการปฏิบัติตามข้อกําหนดได้ถูกต้องและครบถ้วนทุกข้อ ซึ่งทําให้โรงงาน ควบคุมและอาคารควบคุมนั้น ผ่าน การตรวจสอบและสามารถส่งรายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน ให้กับพพ. ตามกฎหมายกําหนดได้
แต่หากตรวจพบว่าไม่สอดคล้องกับข้อกําหนด ซึ่งจะมีอยู่สองประเภท คือ ความไม่สอดคล้องประเภทไม่ร้ายแรง (Minor) และความไม่สอดคล้องประเภทร้ายแรง (Major)  หากเป็นความไม่สอดคล้องประเภทไม่ร้ายแรง ผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานก็ยัง ถือว่าผ่านตามกฎหมาย แตต้องมีการแก้ไขข้อบกพร่องของการจัดการพลังงานให้ถูกต้องในรอบการจัดการพลังงานปีถัดไป แต่หากเป็นกรณีไม่สอดคล้องประเภทร้ายแรง จะถือว่าการจัดการพลังงานที่โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมได้จัดทําขึ้นในครั้งนั้น ไม่ผ่านการตรวจสอบ และมีผลทําให้ยังไม่สามารถจัดส่งรายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานในปีนั้นได้ตามกฎหมายจนกว่าจะมีการแก้ไขให้ถูกต้้องก่อน
ดังนั้นในครั้งนี้เราจะมาดูกันว่าในแต่ละขั้นตอนของการจัดการพลังงาน มีสาระสําคัญอะไรที่คณะทํางานด้านการจัดการพลังงานต้องใส่ใจ ในดําเนินการพัฒนาระบบการจัดการพลังงาน เพื่อที่จะทําให้ระบบการจัดการพลังงานและรายงานที่จัดทําขึ้นผ่านการตรวจสอบและรับรอง การจัดการพลังงานไปได้ โดยมีความสอดคล้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน

 

ขั้นตอนที่หนึ่ง การแต่งตั้งคณะทำงาน ด้านการจัดการพลังงาน

สิ่งที่ผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานจะเข้าไปตรวจสอบในขั้นตอนการแต่งตั้งคณะทํางานด้านการจัดการพลังงานก็คือเอกสาร หลักฐานในการแต่งตั้งจําพวกคําสั่งหรือประกาศแต่งตั้ง การกําหนดรายละเอียดสาระสําคัญของอํานาจหน้าที่และความรับผิดชอบของ คณะทํางาน และหลักฐานในการเผยแพร่คําสั่งการแต่งตั้งหรือประกาศแต่งตั้งคณะทํางานด้านการจัดการพลังงาน

หากพบว่าการกําหนดอํานาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะทํางานมีสาระสําคัญไม่เป็นไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวง หรือไม่ลงนามในคําสั่งแต่งตั้ง หรือพบว่ามีการเผยแพร่คําสั่งแต่งตั้งแต่ยังมีพนักงานบางส่วนไม่ทราบ จะถือว่าเป็นความไม่สอดคล้องประเภทไม่ร้ายแรง  แต่หากไม่ามารถแสดงหลักฐานต่างๆ ที่กล่าวมาจะกลายเป็นความไม่สอดคล้องประเภทร้ายแรงได้ 

 

ขั้นตอนที่สอง การประเมินสถานภาพการจัดการพลังงานเบื้องต้น

สําหรับขั้นตอนการประเมินสถานภาพการจัดการพลังงานเบื้องต้น เพื่อวิเคราะห์ผลของการดําเนินการดำานพลังงานงานขององค์กรที่ผ่านมามีจุดอ่อนจุดแข็งของการจัดการพลังงาน เพื่อเป็นแนวทางในการกําหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาด้านการจัดการพลังงาน มีสิ่งที่ผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานจะเข้าไปตรวจสอบคือหลักฐานการตรวจประเมินการจัดพลังงานเบื้องต้นขององค์กร ซึ่งต้องจัดทําอย่างน้อยหนึ่งครั้ง โดยเฉพาะในปีแรกที่จัดทําระบบการจัดการพลังงาน และในการประเมินต้องให้ครบทั้งในหน่วยงานย่อยทุกหน่วยงานตามโครงสร้างขององค์กรและในภาพรวมขององค์กรด้วย

หากผู้ตรวจสอบและรับรองพบว่ามีหลักฐานการประเมินสถานภาพเบื้องต้นแล้วแต่ทําไม่ครบทุกหน่วยงานย่อยจะกลายเป็นความไม่สอดคลอ้งประเภทไม่ร้ายแรง แต่ถ้าหากไม่สามารถแสดงหลักฐานการประเมินสถานภาพการจัดการเบื้องต้นได้เลย ผู้ตรวจสอบและรับรองอาจตีความด้วยดุลยพินิจว่าไม่ได้จัดทําในขั้นตอนนี้ และจะทําให้กลายเป็นความไม่สอดคล้องประเภทร้ายแรงได้เช่นกัน

 

 ขั้นตอนที่สาม การกําหนดนโยบายอนุรักษ์พลังงาน

การกําหนดนโยบายอนุรักษ์พลังงานของสถานประกอบการทั้งองค์กร มีความสําคัญที่สุดในการดําเนินการจัดทําระบบการจัดการพลังงาน เพราะถือว่าเป็นการให้ความสําคัญกับเจ้าของหรือผู้บริหารสถานประกอบการ นโยบายอนุรักษ์พลังงานเป็นการกําหนดทิศทางในการดําเนินการพัฒนาการจัดการพลังงานของสถานประกอบการทั้งองค์กร

ดังนั้นแล้วสิ่งที่ผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานจะตรวจคือเอกสารหลักฐานการกําหนดนโยบายอนุรักษ์พลังงานเนื้อหาสาระสําคัญของนโยบายและหลักฐานการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่นโยบายที่จัดทําขึ้น หากนโยบายมีสาระสําคัญไม่ครบตามข้อกําหนดของกฎหมายหรือมีการเผยแพร่นโยบายแล้วแต่มีพีนักงานบางส่วนไม่รับทราบ หรือผู้บริหารสถานประกอบการไม่ลงนามในประกาศนโยบายจะถือว่าเป็นความไม่สอดคล้องประเภทไม่ร้ายแรง 

แต่ถ้าหากไม่มีหรือไม่สามารถแสดงหลักฐานเอกสารนโยบายอนุรักษ์พลังงาน หรือไม่ได้กําหนดนโยบายที่มีสาระสําคัญตามข้อกําหนดใน กฎกระทรวง หรือไม่มีหลักฐานการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์นโยบายอนุรักษ์พลังงานในสถานประกอบการ จะถือว่าเป็นความไม่สอดคล้อง ประเภทร้ายแรง

 

ขั้นตอนที่สี่ การประเมินศักยภาพการอนรุักษ์พลังงาน

เพื่อกําหนดเป้าหมายประหยัดพลังงานและใช้เป็นแนวทางในการกําหนดมาตรการอนุรักษ์พลังงานและปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน กฎกระทรวงได้กําหนดให้โรงงานควบคุมและอาคารควบคุมต้องมีการประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานในสามระดับด้วยกัน  ระดับองคื์รเป็นการประเมินการใช้พลังงานภาพรวมทั้งองค์กรโดยแยกเป็นสัดส่วนตามระบบการใช้พลังงานของโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุม ระดับผลิตภัณฑ์หรือบริการเป็นการประเมินโดยเปรียบเทียบต้นทุนทางพลังงานของการผลิตสินค้าหรือบริการด้วยการหาค่าพลังงาน จําเพาะ(Specific Energy Consumption:SEC)จากอัตราส่วนของปริมาณการใช้พลังงานต่อปัจจัยที่ผลกระทบกับการใช้พลังงาน และระดับอุปกรณ์หลักเป็นการประเมินประสิทธิภาพของอุปกรณ์หรือเครื่องจักรหลักแต่ละตัวที่มีนัยสําคัญในกระบวนการผลิตหรือบริการของโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุม

สาระความสําคัญในขั้นตอนการประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงาน คือเจ้าของหรือผู้บริหารสถานประกอบการต้องจัดให้มีการประเมิน ศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานให้ครบทุกระดับที่กล่าวมา หากประเมินศักยภาพไม่ครบทุกระดับ หรือไม่เป็นไปตามหลักทางด้านวิศวกรรมแล้วถือว่าเป็นความไม่สอดคล้องประเภทไม่ร้ายแรง แต่ถ้าหากไม่มีการประเมินศักยภาพเลยถือว่าเป็นความไม่สอดคล้องประเภทร้ายแรง

 
ขั้นตอนที่ห้า การกําหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน
การกําหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน แผนฝึกอบรมและกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เจ้าของหรือผู้บริหารสถาน ประกอบการจะต้องกําหนดเป้าหมายและรวมทั้งจัดทําแผนอนุรักษ์พลังงาน เพื่อให้มีแผนงานที่จะดําเนินการให้บรรลุสู่เป้าหมายที่กําหนดไว้ อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง และมีแผนการฝึกอบรมและกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความรู้และกระตุ้นให้พนักงานในองค์กรดําเนินการอนุรักษ์ พลังงานบรรลุเป้าหมายและแผนที่กําหนดไว้

การกําหนดเป้าหมายและแผนการอนุรักษ์พลังงาน โดยกําหนดให้ลดลงเป็นร้อยละของปริมาณพลังงานที่ใช้เดิมหรือกําหนดระดับของการใช้พลังงานต่อหนึ่งหน่วยผลผลิต รวมทั้งระบุระยะเวลาการดําเนินการ การลงทุนและผลที่คาดว่าจะได้รับจากการดําเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงาน  ส่วนการกําหนดแผนการอนุรักษ์พลังงาน จะต้องกําหนดวัตถุประสงค์ของการดําเนินมาตรการ ระบุระยะเวลาการดําเนินงาน ระบุชื่อผู้รับผิดชอบในการดําเนินงานในแต่ละมาตรการ

การกําหนดแผนการฝึกอบรมและกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จะต้องประกอบด้วยชื่อหลักสูตรการฝึกอบรมหรือกิจกรรม กลุ่มเป้าหมายระยะเวลาในการฝึกอบรม ผู้รับผิดชอบในการฝึกอบรมและจัดกิจกรรมส่งเสริม และต้องมีการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่แผนการฝึกอบรมและแผนกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานให้พนักงานในองค์กรรับทราบอย่างทั่วถึงด้วย

ข้อบกพร่องของการดําเนินการในขั้นตอนการกําหนดเป้าหมายและแผน อาทิเช่นกําหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานครบถ้วน  แต่การกําหนดแผนฝึกอบรมและกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ไม่ครบถ้วน กําหนดแต่แผนการฝึกอบรมในรอบการจัดการพลังงานในปีนั้นๆไม่ได้กําหนดแผนกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานขั้นตอนนี้จะกลายเป็นความไม่สอดคล้องประเภทร้ายแรงตามกฎหมายกําหนดไวทันที เพราะว่าทั้งแผนอบรมและแผนกิจกรรมเพื่อให้ความรู้และสร้างจิตสํานึกตระหนักในเรื่องการอนุรักษ์พลังงานให้เกิดขึ้นกับพนักงานในองค์กร ทั้งสองแผนต้องมีครบถ้วนนั่นเอง

 

ขั้นตอนที่หก การดําเนินการและการตรวจสอบ

การตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน แผนการฝึกอบรมและกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กฎหมายได้กําหนดเป็นแนวทางในการดําเนินการไว้ในประกาศกระทรวง

คณะทํางานด้านอนุรักษ์พลังงานนั้นต้องควบคุมดูแลให้การดําเนินการตรวจสอบและวิเคราะห์การปฎิบัติตามเป้าหมายและแผนทั้งหมด แผนอนุรักษ์พลังงาน แผนการฝึกอบรมและแผนกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อติดตามความก้าวหน้าของการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเป้าหมายและเวลาตามแผนงาน อย่างน้อยสามเดือนครั้ง  หากพบว่าไม่เป็นไปตามเป้าหมายและแผนงานหรือมีปัญหาอุปสรรค ต้องหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขให้การปฏิบัติงานบรรลุตามเป้าหมาย  และเสนอรายงานผลต่อผู้บริหารระดับสูงต่อไป

รายละเอียดของรายงานผลการตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดชื่อมาตรการ  ระยะเวลา เงินลงทุน ผลการอนุรักษ์พลังงาน และสถานภาพการดําเนินการที่เกิดขึ้นจริง ตลอดจนปัญหาอุปสรรคและความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

ข้อบกพร่องที่ไม่สอดคล้องตามข้อกําหนดประเภทร้ายแรง ในขั้นตอนนี้ก็คือการไม่ดําเนินการตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวงหรือไม่ได้ติดตามผลการดําเนินการฝึกอบรมและกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการนุรักษ์พลังงานตามแผนงานที่วางไว้  แต่หากได้ดําเนินการแล้วแต่ผลการตรวจสอบและวิเคราะห์ ข้อมูลการปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนในแต่ละมาตรการไม่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม ผลการติดตามการจัดฝึกอบรมและกิจกรรมไม่เป็นไปตามแผนที่ กําหนดไว้ จะกลายเป็นความไม่สอดคล้องประเภทไม่ร้ายแรง


ขั้นตอนที่เจ็ด การตรวจติดตามและประเมินผล

ในขั้นตอนการตรวจติดตามและประเมินการจัดการพลังงานคือการให้มีการตรวจสอบการจัดการพลังงานภายในองค์กรอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และวิธีการตรวจประเมินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ละวิธีการที่กําหนดในประกาศกระทรวง

เริ่มกันตั้งแต่การแต่งตั้งคณะผู้ตรวจประเมินการจัดการภายในองค์กรจากผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในวิธีการจัดการพลังงาน มีความเป็นกลางและเป็นอิสระในการดําเนินการจํานวนอย่างน้อยสองคน โดยให้คนหนึ่งทําหน้าที่เป็นประธาน และจัดทําเป็นเอกสารคําสั่งแต่งตั้งและลงนามโดยเจ้าของหรือผู้บริหารสถานประกอบการแล้วทําการประกาศประชาสัมพันธ์ให้ทราบอย่างทั่วถึงทั้งองค์กร

จากนั้นคณะผู้ตรวจประเมินการจัดการพลังงาน ดําเนินการตรวจสอบการปฏิบัติตามขั้นตอนการจัดการพลังงานทั้ง 8 ขั้นตอนและ ตรวจสอบเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง อาจรวมการสอบถามหรือสัมภาษณ์บุคลากรในองค์กรแล้วจัดทําเป็นสรุปผลการตรวจติดตามการดําเนินการจัดการลังงาน ลงลายมือชื่อกํากับโดยประธานคณะผู้ตรวจประเมินการจัดการพลังงานภายในองค์กร แล้วส่งให้คณะทํางานด้านการจัดการพลังงานและเจ้าของหรือผู้บริหารสถานประกอบการเพื่อนําไปทบทวนแก้ไข

สําหรับข้อบกพร่องที่มักจะพบบ่อยในการดําเนินการขั้นตอนนี้ คือ คณะผู้ตรวจประเมินทําการตรวจสอบการจัดการพลังงานไม่ครบทั้ง 8 ขั้นตอน ซึ่งจะกลายเป็นความไม่สอดคล้องอย่างไม่ร้ายแรง หรือหากไม่สามารถแสดงหลักฐานรายงานสรุปผลการตรวจติดตามการดําเนินการ จัดการพลังงานนําเสนอคณะทํางานด้านการจัดการพลังงานและเจ้าของหรือผู้บริหาร เพื่อทบทวนการจัดการพลังงานในรอบปี ซึ่งจะทําให้ได้รับผลการตรวจสอบเป็นความไม่สอดคล้องอย่างร้ายแรงไปเลยทีเดียว

 

ขั้นตอนที่แปด การทบทวนและแก้ไขข้อบกพร่อง

ขั้นตอนสุดท้ายของการจัดการพลังงานตามกฎหมาย คือขั้นตอนการทบทวน วิเคราะห์และแก้ไขข้อบกพร่องของการจัดการพลังงาน จากขั้นตอนที่แล้ว เมื่อประธานคณะตรวจประเมินการจัดการพลังงานในองค์กรนําผลสรุปการตรวจประเมินเสนอต่อคณะทํางานด้านการจัดการพลังงานแล้ว กฎหมายกําหนดให้คณะทํางานด้านการจัดการพลังงานทําการจัดประชุมภายในองค์กรขึ้นเพื่อสรุปผลการทบทวน วิเคราะห์ แก้ไขข้อบกพร่องของการจัดการพลังงานแล้วรายงานผลให้เจ้าของหรือผู้บริหารสถานประกอบการรับทราบ โดยอย่างน้อยต้องมีผลการ ทบทวนในแต่ละขั้นตอน

ในการจัดประชุมดังกล่าวต้องเชิญตัวแทนที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานภายในเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นต่อผลการดําเนินการจัดการพลังงาน แล้วจัดทําเป็นผลสรุปการทบทวนดําเนินการจัดการพลังงานให้ครบทั้ง 8 ขั้นตอนว่ามีความเหมาะสมหรือควรปรับปรุง พร้อมกําหนดแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาการจัดการพลังงานในแต่ละขั้นตอน และรายงานผลสรุปการทบทวนให้เจ้าของสถานประกอบการทราบ เพื่อนําไปปรับปรุงพัฒนาการจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และหากพบข้อบกพร่องให้แก้ไขข้อบกพร่องน้ันโดยเร็ว   คณะทํางานด้านการจัดการพลังงานต้องนําผลการทบทวนดังกล่าวไปเผยแพร่ด้วยการติดประกาศหรือด้วยวิธีการอื่นๆ เพื่อให้พนักงานในองค์กรรับรับทราบอย่างทั่วถึง

ส่วนข้อบกพร่องที่มักจะพบในขั้นตอนสุดท้ายนี้ก็คือ โรงงานหรืออาคารควบคุมไม่มีหลักฐานการจัดประชุมเพื่อทบทวนหรือไม่มีหลักฐาน การนําผลสรุปการทบทวนไปเผยแพร่ ซึ่งจะกลายเป็นความไม่สอดคล้องอย่างร้ายแรงเลยทีเดียว ส่วนอีกจํานวนไม่น้อยที่มีการดําเนินการ ทบทวน วิเคราะห์และแก้ไขข้อบกพร่องแล้ว แต่มักจะไม่มีหลักฐานในการนําเสนอผลการทบทวนให้เจ้าของสถานประกอบการได้รับทราบ ซึ่งเป็นผลทําให้ได้รับผลการตรวจสอบเป็นความไม่สอดคล้องอย่างไม่ร้ายแรงไปอย่างน่าเสียดาย


Cr. นายกิตติพงษ์ รัตนาพิศทุธิกุล

        วิศวกรชํานาญการพิเศษ

        สํานักกํากับและอนุรักษ์พลังงาน

Powered by MakeWebEasy.com