โรงงานและอาคารควบคุม

132 จำนวนผู้เข้าชม  |  ENERGY MANAGEMENT

โรงงานและอาคารควบคุม

ลักษณะของโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม

ผู้ที่มีหน้าที่ต้องดําเนินการอนุรักษ์พลังงานตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.๒๕๓๕ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) นั้นจะถูกเรียกว่า “โรงงานควบคุม” หรือ “อาคารควบคุม” แล้วแต่กรณี โดยจะเน้นไปที่โรงงานและอาคารที่มีการใช้พลังงานในปริมาณมากและมีศักยภาพพร้อมที่จะดําเนินการ อนุรักษ์พลังงานได้ทันที ทั้งนี้ลักษณะของโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมย่อมเป็นไปตามที่พระราช กฤษฎีกากําหนดโรงงานควบคุม พ.ศ.๒๕๔๐ และพระราชกฤษฎีกากําหนดอาคารควบคุม พ.ศ.๒๕๓๘ ได้กําหนดไว้ ดังนี้

โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุม หมายถึง โรงงานหรืออาคารที่มีหน้าที่ต้องดําเนินการอนุรักษ์ พลังงานตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.๒๕๓๕ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) ซึ่งโรงงาน หรืออาคารที่เข้าข่ายเป็นโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมนั้นจะต้องมีลักษณะการใช้พลังงานอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

(๑)เป็นโรงงานหรืออาคารที่ได้รับอนุมัติจากผู้จําหน่ายพลังงานให้ใช้เครื่องวัดไฟฟ้าหรือให้ติดตั้ง หม้อแปลงไฟฟ้าชุดเดียวหรือหลายชุดรวมกันมีขนาดตั้งแต่ ๑,๐๐๐ กิโลวัตต์ หรือ ๑,๑๗๕ กิโลโวลท์แอมแปร์ ขึ้นไป หรือ

(๒)เป็นโรงงานหรืออาคารที่ใช้ไฟฟ้าจากระบบของผู้จําหน่ายพลังงาน ความร้อนจากไอน้ําจากผู้ จําหน่ายพลังงาน หรือพลังงานสิ้นเปลืองอื่นจากผู้จําหน่ายพลังงานหรือของตนเอง อย่างใดอย่างหนึ่งหรือ รวมกันตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคมถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปีที่ผ่านมามีปริมาณพลังงานทั้งหมดเทียบเท่าพลังงาน ไฟฟ้าตั้งแต่ ๒๐ ล้านเมกะจูลขึ้นไป

อย่างไรก็ดี สําหรับอาคารบางประเภทแม้มีลักษณะการใช้พลังงานเข้าข่ายเป็นอาคารควบคุมตามที่ กล่าวมาข้างต้น แต่พระราชกฤษฎีกากําหนดอาคารควบคุม พ.ศ.๒๕๓๘ ก็ได้กําหนดยกเว้นไว้ไม่ให้อาคาร ดังต่อไปนี้เป็นอาคารควบคุม ซึ่งได้แก่ อาคารที่ใช้เป็นพระที่นั่งหรือพระราชวัง อาคารที่ทําการสถานทูตหรือ สถานกงสุลต่างประเทศ อาคารที่ทําการขององค์การระหว่างประเทศหรือที่ทําการของหน่วยงานที่ตั้งขึ้นตาม ความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศ โบราณสถาน วัดวาอารามหรืออาคารต่างๆ ที่ใช้เพื่อการ ศาสนาซึ่งมีกฎหมายควบคุมการก่อสร้างไว้แล้วโดยเฉพาะ 

สําหรับการคํานวณปริมาณการใช้พลังงานตาม (๒) ข้างต้นให้คํานวณตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ ในพระราชกฤษฎีกาฯ ดังนี้

(๑) กรณีไฟฟ้า ให้คํานวณปริมาณการใช้ไฟฟ้าเป็นหน่วยกิโลวัตต์ชั่วโมงแล้วคูณด้วย ๓.๖๐

(๒) กรณีความร้อนจากไอน้ํา ให้คํานวณปริมาณความร้อนจากไอน้ําเป็นพลังงานไฟฟ้าเทียบเท่า โดยใช้สูตรดังต่อไปนี้

Es = (hs - hw) x S x eff.

โดย Es หมายถึงปริมาณความร้อนจากไอน้ําเป็นพลังงานไฟฟ้าเทียบเท่า หน่วยเป็นเมกะจูล/ปี

hs หมายถึง ค่า Enthalpy ของไอน้ําที่ใช้ หน่วยเป็นเมกะจูล/ตัน จากตารางไอน้ํา (steamtable) ทั่วไป

hw หมายถึง ค่า Enthalpy ของน้ําที่อุณหภูมิ ๒๗ องศาเซลเซียส และความดันหนึ่งบรรยากาศ ในที่นี้ให้ใช้ค่าเท่ากับ ๑๑๓ เมกะจูล/ตัน

S หมายถึง ปริมาณไอน้ําที่ใช้ หน่วยเป็นตัน/ปี ดูจากเครื่องวัดปริมาณไอน้ําของอาคารหรือ โรงงาน

eff.หมายถึง ประสิทธิภาพการเปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานไฟฟ้าเทียบเท่า ในที่นี้ใช้ค่า ๐.๔๕

(๓) กรณีพลังงานสิ้นเปลืองอื่น ให้คํานวณปริมาณความร้อนจากพลังงานสิ้นเปลืองอื่นเป็น พลังงานไฟฟ้าเทียบเท่า โดยใช้สูตรดังต่อไปนี้

Ef = F x HHV x eff.

โดย Ef หมายถึง ปริมาณความร้อนจากพลังงานสิ้นเปลืองอื่นเป็นพลังงานไฟฟ้าเทียบเท่า หน่วยเป็นเมกะจูล/ปี

F หมายถึง ปริมาณการใช้พลังงานสิ้นเปลือง หน่วยเป็นหน่วยน้ําหนักหรือปริมาตรต่อปี

HHV หมายถึง ค่าความร้อนสูง (higher heating value) ของพลังงานสิ้นเปลืองที่ใช้หน่วย เป็นเมกะจูล/หน่วยน้ําหนักหรือปริมาตร

eff. หมายถึง ประสิทธิภาพการเปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานไฟฟ้าเทียบเท่าในที่นี้ใช้ค่า ๐.๔๕

ในกรณีที่ไม่มีค่าความร้อนสูงจากผู้จําหน่าย ให้ใช้ความร้อนเฉลี่ยที่กรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงานกําหนด

 

Cr. กรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน

 

Powered by MakeWebEasy.com